จำหน่ายกล้องวงจรปิด Fujiko Panasonic Bosch CCTV ไต้หวัน

กล้องวงจรปิด CCTV SYSTEM

1. ทำไมต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV SYSTEM

ใน สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน อาชญากรรมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การสูญหายของทรัพย์สิน ภายในบ้านที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน สถานที่ราชการ สถานที่สาธารณะ เช่นห้างสรรพสินค้า บางครั้งเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีโจรผู้ร้ายปล้นร้านทองกลางห้าง และลอยนวลไปได้ ถ้าห้างหรือร้านทองนั้นติดตั้งระบบ กล้องวงจรปิด CCTV Systems ก็สามารถที่จะบันทึกภาพ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ รวมทั้งจะสามารถเห็นใบหน้าของคนร้าย เพื่อที่ตามจับมาเป็นคดีต่อไปได้อย่างง่าย หรือมีแนวทางจับกุมได้ เพราะเห็นใบหน้าของคนร้ายแล้ว
จะเห็นว่าหากไม่ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ก็ไม่สามารถเห็นหน้าคนร้าย เจ้าทุกข์ ก็ได้แต่แจ้งรูปพรรณให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อสะเก็ตภาพทั่วไป ซึ่งก็เป็นการยากที่จะตามจับกุมตัวคนร้ายได้
ในทำนองเดียวกัน ขโมยขึ้นบ้านขณะไม่มีคนอยู่ หากบ้านนี้ติดตั้งระบบกันขโมย ก็พอจะทราบได้ว่าที่มีขโมยขึ้นบ้านตอนไม่อยู่ เพราะระบบกันขโมยก็จะส่งสัญญานเตือนไปที่เจ้าของบ้านให้ทราบ และภายในบ้านหรือนอกบ้านจะมีสัญญานดังจากไซเรน คนร้ายก็จะหนีไป โดยทรัพย์สินของท่านก็จะไม่สูญหาย หากท่านติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ท่านก็สามารถเห็นภาพคนร้าย หรือขโมยที่ขึ้นบ้านได้ เพื่อจะได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
ในทำนองเดียวกัน หากท่านไม่มีทั้งระบบกันขโมย และระบบกล้องวงจรปิด ขโมยก็อาจจะขโมยทรัพย์สินของท่านได้อย่างสบายๆ โดยที่ท่านจะทราบว่าทรัพย์สินของท่านถูกขโมยยกเค้าไปแล้ว ก็เมื่อท่านกลับถึงบ้านแล้วเท่านั้น
ท่านไปแจ้งความตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่บ้านก็จะสอบถามว่าท่านติดตั้งระบบ กันขโมย หรือระบบกล้องวงจรปิดไว้หรือเปล่า ซึ่งหากไม่ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด ตำรวจก็จะตามตัวขโมยได้ยาก อย่างที่เป็นข่าวทุกวันนี้
ถ้าเหตุการณ์เป็นไปตามสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเราควรหันมาติดตั้งระบบกันขโมย และระบบกล้องวงจรปิดดีกว่าครับ

2. ระบบกล้องวงจปิด CCTV คืออะไร

ระบบ กล้องวงจรปิด คือ ระบบบันทึกภาพลงใน Harddisk เพื่อที่จะเรียกดูภาพในภายหลัง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เช่นในพื้นที่ที่มีเหตุทำร้ายกัน ปล้นชิงทรัพย์สิน ลักขโมยทรัพย์สิน ภายในบ้านพักอาศัย หรือตรวจสอบผู้ต้องสงสัยว่าผ่านมาในพื้นที่หรือไม่ เพื่อผลในการตรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย ที่ปรกฎอยู่ในภาพของระบบกล้องวงจรปิดนี้

3. ระบบกล้องวงจรปิด ประกอบด้วยอุปกรณ์อะไรบ้าง

ระบบกล้องวงจรปิด CCTV Systems ประกอบด้วยอุปกรณ์ 3 ส่วน

ส่วนที่ 1 ส่วนจับภาพ หมายถึง ตัวกล้องวงจรปิด ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญานภาพที่ได้ในพื้นที่ที่ติดตั้งกล้องไปยังอุปกรณ์ บันทึกภาพ (Digital Video Recording) ซึ่งอาจจะเป็นตัวบันทึกภาพแบบ Stand Alone ที่มี Harddisk อยู่ภายใน หรือตัวบันทึกภาพที่ใช้แผ่น DVR Card ใส่ไปในคอมพิวเตอร์ แล้วใช้ Software บันทึกภาพลง HDD ในคอมพิวเตอร์ (PC Base DVR)

กล้องวงจร ปิดทำหน้าที่จับภาพ วัสดุหรือสิ่งของที่เราต้องการบันทึก แบ่งแยกออกเป็นรายชนิดตามคุณสมบัติการใช้งาน ซึ่งพอแบ่งแยกได้ดังนี้

1. กล้องวงจรปิดแบบ BOX Camera

ลักษณะ เป็นกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายในอาคาร ที่มีลักษณะทรงกระบอก เวลาใช้งานต้องมีเล็นส์ ประกอบเข้ากับตัวกล้องด้วย ตัวเล็นส์ที่ใช้จะเป็นตัวปรับความชัด ปรับระยะภาพ ซูมภาพ ตามตำแหน่งที่ต้องการ ทำงานเป็นกล้อง Day/Night ซึ่งหมายถึงเวลากลางวัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสีที่มีความคมชัด แต่ในเวลากลางคืน แสงสว่างไม่พอ ภาพที่ได้จะเป็นลักษณะ ขาวดำ แต่ในพื้นที่มึดมากๆ จะไม่มีภาพปรากฏออกมา ต้องหันไปใช้กล้องอินฟาเรดแทน
กล้อง Box นี้สามารถใช้ภายนอกได้ แต่ต้องใส่ Housing กันแดด กันฝน ซึ่งต้องเสียค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก จึงไม่แนนำให้ติดตั้งภายนอกอาคารที่ตากแดด ตากฝน
การติดตั้งโดยทั่วไปติดตั้งตามกำแพง หรือเพดานก็ได้ แต่ต้องมีขายึดเพิ่มเติม

2. กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด (IR Camera)

กล้อง อินฟาเรด มีลักษณะคล้ายทรงกระบอก แต่มีหลอดไฟ LED เล็กๆอยู่หน้าเล็นส์ ซึ่งในเวลากลางคืนหลอดไฟ LED เหล่านี้จะติดและส่องสว่างออกไป ทั่วพื้นที่ที่ติดตั้ง ทำให้สามารถจับภาพได้แต่ภาพออกมาจะเป็นขาวดำ
ความสว่างมากน้อยขึ้นอยูกับจำนวน หลอดไฟ LED ที่หน้าเล็นส์ ถ้าต้องการความสว่างมาก หลอดไฟ LED ก็จะมากตาม การใช้งานจึงขึ้นอยู่กับระยะส่องสว่าง ที่ต้องการจากหลอดไฟ LED โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ระยะ 10,20,30 เมตร หรือมากขึ้น ก็แล้วแต่ความต้องการ แต่ราคาของกล้องก็เพิ่มขึ้นตามระยะทาง กล้องอินฟาเรดจะมีลักษณะพิเศษอีกอย่างคือ ถูกออกแบบมา ให้สามารถติดตั้ง ตากแดด ตากฝนได้ โดยไม่ต้องใส่ Housing เหมือนกล้อง BOX สามารถติดตั้งยึดติดกำแพงหรือเพดานได้ ขายึดจะมาพร้อมกับกล้อง

3. กล้องวงจรปิดแบบโดม (DOME Camera)

มี รูปร่างคล้ายฟักแบ่งครึ่ง ฐานทรงกลม มีขนาดใหญ่เล็กตามการใช้งาน ติดตั้งบนเพดาน กล้องโดมยังแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทคือ กล้องโดมแบบ Day/Night และกล้องโดมแบบอินฟาเรด (IR Dome)
ความคมชัดของโดมแบบ Dat/Night ตอนกลางวัน ภาพที่ได้จะเป็นภาพสี แต่ตอนกลางวันในสภาพแสงที่สว่างไม่พอ ภาพที่ได้จะเป็น ขาวดำ หรือในพื้นที่มึด กล้องไม่สามารถจับภาพได้ ระยะโฟกัสซูมภาพสามารถเลือกได้โดยการเปลี่ยนเลนส์ภายในกล้องให้ได้ระยะตาม ที่ต้องการ
สำหรับกล้องโดมแบบโดมอินฟาเรทจะเหมือนกล้อมโดม DAY/NIGHT แต่ในพื้นที่มืด กล้องโดมสามารถจับภายในได้จากหลอดไฟ LED ที่อยู่ภายในกล้องสว่างออกมาทั่วพื้นที่ แต่ภาพที่จับได้ออกมาจะเป็น ขาวดำ การเลือกใช้ก็ต้องแจ้งระยะที่ต้องการจับภาพ ระยะทางมากราคากล้องก็สูงขึ้น ระยะทางเริ่มต้นอยู่ที่ 10 เมตรขึ้นไป

4. กล้องวงจรปิดแบบ PAN TILL Dome

กล้องลักษณะนี้จะมีขนาดใหญ่กว่า กล้องโดมปกติ การใช้งานที่แตกต่างจากกล้องปกติคือ
การหมุนภาพตามแนวนอน (PAN) หมายถึง เล็นส์ภายในกล้องสามารถหมุนได้รอบตัวตามแนนนอน เพื่อจับภาพเป็นวงกลมรอบตัว 360 องศา โดยเราสามารถ ใช้โปรแกรมสั่งให้หยุด ณ.ตำแหน่งใดๆก็ได้ เป็นเวลากี่นาที กี่วินาที แล้วค่อยหมุนต่อไปตำแหน่งอื่นๆ จนครบรอบ
การก้มเงยภาพ (TILL) สามารถให้เล็นส์ ของกล้องก้มเงยได้ตามตำแหน่งภาพที่ต้องการจะจับ เช่นมุมก้ม เล็นส์ก็จะปรับก้มลงเป็นต้น
การซูมภาพ (ZOOM) สามารถให้เล็นส์จับภาพระยะไกลแล้วดึงเข้ามาระยะใกล้ หรือในระยะที่ต้องการได้ เรียกว่าการซูมภาพจากระยะไกลเข้ามา หรือดึงภาพออกห่างใกล้ไปไกลได้ ระยะทางซูมเข้าออก ขึ้นอยู่กับเล็นส์ซูมของกล้องที่ใช้ตามระยะทาง ที่ต้องการ โดยสามารถเลือกซื้อใส่ได้
ความคมชัดของกล้อง เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เราจะเลือกกล้องที่มีความคมชัดได้อย่างไร สิ่งที่เราต้องพิจารณาคือ TVL
TVL คืออะไร การจับภาพและการแสดงภาพออกมาได้ความละเอียดภาพมากแค่ไหน หน่วยเป็นเส้น กล้องดดยทั่วไปที่จำหน่ายกัน ดดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติ 420TVL นั่นหมายถึง ภาพที่จับได้มีความละเอียด 420 เส้น ถ้าหากท่านต้องการรายละเอียดของภาพชัดมากขึ้น ก็ควรเลือก TVL ให้สูงๆไว้ ปัจจุบันมีจำหน่ายสูงถึง 600 TVL แล้วในตลาดปัจจุบันจะเป็น 420,520,540 TVL เป็นต้น
สรุปก็คือการเลือกกล้องให้เหมาะแก่การใช้งานของท่าน เป็นเรื่องสำคัญ ว่าท่านต้องการใช้งานอย่างไร ความละเอียดกี่ TVL และขึ้นอยู่กับงบประมาณของท่านที่มีอยู่

ส่วนที่ 2 ตัวบันทึกภาพ หรือที่เรียกว่า Digital Video Recorder (DVR) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กล้องจับภาพ เพราะเครื่องบันทึกภาพ ต้องสามารถบันทึกภาพได้ตลอดเวลาที่ต้องการ และมีการบันทึกในลักษณะ Real Time Operation System (RTOS)

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกเครื่องบันทึกภาพสำหรับกล้องวงจรปิด CCTV SYSTEM อย่างน้อยคือ

1. Real Time Operation System (RTOS) หมายถึงอะไร

คำ ว่า Real Time Operation System (RTOS) หรือสั้นๆ ว่า RTOS หมายถึงการบันทึกภาพให้มีการเคลื่อนไหวของภาพเหมือนกับภาพต้นฉบับทุกประการ ท่านสามารถทราบได้โดยมีการ Play ภาพที่บันทึกไว้ในแต่ละเหตุการณ์ ภาพที่เห็นจะมีการเคลื่อนไหวเหมือนจริงเป็นภาพต่อเนื่อง ไม่มีอาการภาพกระตุกเป็นระยะ สิ่งที่จะบอกให้ท่านทราบเกี่ยวกับฟังก์ชั่นนี้คือ Spec ของเครื่อง DVR ต้องบอกว่าบันทึกแบบ Real Time Operation System หรือ อาจจะดูจากเฟรมของภาพที่บันทึกได้ โดยบอกเป็น 25 fps/ch สำหรับระบบ PAL (625 เส้น) และ 30 fps/ch สำหรับระบบ NTSC (525 เส้น) หรือ 100 fps/4ch PAL,200 fps/8ch PAL, 400fps/16ch PAL เป็นต้น
ความหมายของ 25fps/ch สำหรับระบบ PAL หมายถึง มีการบันทึกภาพที่ความเร็ว 25 ภาพต่อวินาที/1 ช่องบันทึกภาพ ในระบบ PAL ซึ่งจะเป็นระบบบันทึกภาพต่อเนื่องเหมือนจริงและคำว่า PAL(625เส้น) เป็นระบบที่ใช้ในบ้านเรา สรุปก็คือหากเครื่องบันทึกภาพ DVR บันทึกในระบบ RTOS ต้องบันทึกที่ความเร็ว 25 ภาพต่อวินาทีต่อ 1 ช่องบันทึกภาพ หรือเครื่องบันทึกภาพ DVR 4 ch ที่มีความเร็ว 100fps เครื่องบันทึกภาพ DVR 8ch ที่ความเร็ว 200fps,  เครื่องบันทึกภาพ DVR 16ch ที่ความเร็ว 400fps เป็นต้น

2. ระบบบันทึกภาพ (Compression Method)

ในระบบปัจจุบัน เทคนิคการบันทึกภาพที่ใช้ควรเป็น H264 ซึ่งเป็นระบบบีบอัดบันทึกภาพที่เป็นเทคโนโลยีใหม่สุดขณะนั้น

3. Record Resolution

โดยทั่วไปจะบอกค่า Record Resolution เป็น CIF หรือบางครั้งก็ไม่ได้บอกค่าอะไรแต่บอกเป็น Real Time เท่านั้น
ค่า Record Resolution มีค่าต่างๆดังนี้
1. CIF คือค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (352 x 288) หรือ 101,376 Pixels ซึ่งเป็นค่าปกติสำหรับ DVR Realtime Recorder
2. 2CIF คือค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (704 x 288) หรือ 202,752 Pixels 
3. D1 คือค่า Record Resolution ที่มีความละเอียดของภาพที่ (704 x 576) หรือ 405,504 Pixels ซึ่งมีค่าความละเอียดมากกว่า CIF ถึง 4 เท่า
จะเห็นว่า ภาพที่ถูกบันทึกด้วยความละเอียดของภาพ CIF จะสู้ภาพที่บันทึกด้วยความละเอียดแบบ D1 ไม่ได้ ราคาของเครื่องบันทึก D1 จะมีราคาสูงกว่าแบบ CIF และมีคุณภาพดีกว่า เมื่อมีการขยายภาพที่เป็นปัญหา จะไม่มีการแตกของภาพ ในขณะที่เครื่องเดียวกัน ภาพที่บันทึกด้วย CIF เมื่อขยายภาพแล้วจะแตกไม่สามารถดูภาพได้
4. ค่าอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อาจจะมีเรื่องการดูภาพผ่านอินเตอร์เน็ท ดูภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็เป็นลูกเล่นของแต่ละยี่ห้อที่ท่านสามารถเลือกซื้อได้ตามชอบใจ หรือค่า VIDEO Output หากผ่าน BNC ก็สามารถต่อกับจอภาพทีวีทั่วไปไม่ได้ หรือมี VGA Output ก็สามารถต่อกับจอ Monitor ของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะได้รายละเอียดมากขึ้น
5. ถ้าต้องการบันทึกเสียงพร้อมภาพก็ต้องเลือกเครื่องบันทึกที่มีช่อง AUDIO ด้วย โดยทั่วไปเครื่องราคาถูกจะไม่มีช่อง Audio มาให้ ท่าต้องเลือกใช้ตามความต้องการ

ส่วนที่ 3 ส่วนแสดงภาพ มอนิเตอร์ (Monitor)

โดยทั่วไปจะมี 2 แบบคือ
- BNC Output ใช้ต่อกับจอภาพ TV โดยทั่วไป สำหรับบ้านเราเป็น ระบบ PAL 625 เส้น
- VGA Output ใชสำหรับต่อจอมอนิเตอร์ ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะให้ความละเอียดได้มากกว่า BNC โดยจะมีค่าความละเอียดอยู่ที่ 1024x768, 1280x1024, 1440x900 ซึ่งก็แล้วแต่ยี่ห้อนั้นๆ จะรองรับความละเอียดได้มากน้อยแคไหน และใน DVR รุ่นที่มีราคาสูงก็จะมีช่อง VIDEO Output ได้มากกว่า 2 ชนิดก็ได้ โดยมีช่อง HDMI, DVI, SP01 Output เป็นต้น
สรุปวิธีเลือกใช้งานระบบกล้องวงจรปิด CCTV System สิ่งที่ต้องพิจารณาและตรวจสอบคือ

1. การเลือกใช้กล้องวงจรปิดแบบต่างๆ
- กล้องวงจรปิดแบบ BOX Camera DAY/NIGHT ใช้ภายในอาคาร สามารถปรับเปลี่ยนเล็นส์ได้หลายขนาด ตอบสนองความต้องการของเราได้สูง แต่มีจุดด้อยคือ ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย จะไม่สามารถจับภาพได้ และถ้าหากต้องการใช้นอกอาคารต้องใส่ Housing กันฝน แต่ก็ไม่เหมาะที่จะใช้งานนอกอาคาร การติดตั้งทั่วไปจะยึดติดกับกำแพง
- กล้องวงจรปิดแบบ Dome Camera DAY/NIGHT ใช้ในอาคารที่เหมาะที่จะติดตั้งบนเพดานเท่านั้น ในพื้นที่ที่มึดจะไม่สามารถจับภาพได้
- กล้องวงจรปิดแบบอินฟาเรด (IR-Camera) มี 2 แบบ แบบโดม และ แบบ BOX ใช้แก้จุดอ่อนของกล้อง BOX และกล้องโดมในพื้นที่ที่มึด ซึ่งกล้อง IR สามารถจับภาพได้ และกล้อง BOX แบบอินฟาเรด สามารถติดตั้งนอกอาคารได้ เพราะถูกออกแบบมาให้กันน้ำ กันฝุ่นละอองได้
- ในกรณ๊ที่ท่านต้องการดูภาพ หมุนไปรอบตัว ก้มเงยภาพ ก็ควรเลือกใช้กล้องวงจรปิดแบบ Pan Till Zoom
2. การเลือกซื้อเครื่องบันทึกภาพ DVR
- เลือกแบบที่บันทึกภาพ Real Time โดยความละเอียดภาพระดับ CIF ที่ 25 Fps ต่อกล้อง
เครื่องบันทึกภาพ 4 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 100 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
เครื่องบันทึกภาพ 8 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 200 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
เครื่องบันทึกภาพ 16 กล้อง ที่จำนวนเฟรม 400 fps หรือ 25 fps ต่อกล้อง
- เลือกเทคโนโลยีการบันทึกแบบ H264 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในปัจจุบัน
- เลือกระบบบันทึกภาพแบบ D1 ชนิด Realtime 25 fps ต่อกล้องให้ได้ภาพเสมือนจริงไม่มีกระตุก และมีความละเอียดภาพสูงที่ความละเอียด (704x576) หรือ 405,504 Pixels เครื่องบันทึกภาพแบบ D1 จะมีราคาสูงกว่า แบบ CIF อยู่ที่ (352x288) หรือ 101,376 Pixels เท่านั้น
- เลือก Video output ให้มีอย่างน้อย BNC หรือ VGA
- สามารถใช้โปรแกรม CMS เพื่อเพิ่มจำนวนช่องสัญญาณที่บันทึกให้มากขึ้น ยกตัวอย่างใช้ เครื่องบันทึกภาพ 16 ช่องสัญญาณ 2 เครื่อง แล้วลงโปรแกรม CMS ก็สามารถดูภาพได้ทั้งสองตัว DVR เสมือนเป็นเครื่อง 32 ช่องสัญญาณวีดีโอ เป็นต้น

ทางบริษัทมีอุปกรณ์จ่ายไฟให้กล้องและ DVR ขณะไฟฟ้าดับจากประเทศอิสราเอลจำหน่ายให้อีกด้วย